การทาลิปสติกให้ริมฝีปากดูมีมิติและสีลิปติดทนตลอดวัน

การทาลิปสติกให้ริมฝีปากดูมีมิติและสีลิปติดทนตลอดวัน ไอเท็มบิวตี้ที่สาวๆ ขาดไม่ได้ในแต่ละวันก็คือลิปสติก เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มที่หลายคนมักจะมีติดตัวกันมากกว่าหนึ่งแท่ง แน่นอนว่าวิธีการใช้ลิปสติกก็คือแค่ทาลงบนริมฝีปาก แต่สาวๆ ทราบหรือไม่ว่าถ้าหากอยากให้ลิปสติกช่วยเพิ่มมิติให้ริมฝีปากหรือทาแล้วติดทนตลอดวัน การที่เราแค่ปาดลิปแล้วเม้มปากก็อาจจะเป็นเทคนิคที่ไม่เพียงพอ ทิปส์ในการทาลิปสติกที่สาวๆ ทุกคนควรรู้มาฝากกัน

1. เตรียมริมฝีปากให้พร้อม

เคล็ดลับของการทาลิปสติกให้สวยและติดทนเริ่มที่การเตรียมพื้นผิวของริมฝีปากของเราให้เรียบเนียน หากริมฝีปากแห้งหรือลอกเป็นขุย แนะนำว่าควรใช้ลิปสครับเพื่อช่วยปรับพื้นผิวให้เนียนและนุ่ม หลังจากการสครับควรตามด้วยลิปบาล์มเพื่อบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้น สเต็ปนี้เราแนะนำว่าสาวๆ ควรทำก่อนการแต่งหน้าเพื่อที่จะมีเวลาในการบำรุงก่อนลงลิปสติก ซึ่งมักจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย

2. เซ็ตด้วยแป้งฝุ่น

แป้งฝุ่น หรือ Translucent Powder ไม่ได้มีประโยชน์แค่ใช้เซ็ตผิวหลังลงรองพื้น แต่ยังสามารมช่วยล็อคสีลิปของเราให้ติดทนระหว่างวันอีกด้วย โดยถ้าลิปที่ทามีความครีมมี่หรือสีเข้ม แนะนำว่าให้หลังจากทาลิปสติกให้นำกระดาษทิชชู่มาซับ 1 ครั้ง จากนั้นใช้กระดาษทิชชู่บางๆ ทาบไปกับริมฝีปากและค่อยแตะแป้งฝุ่นทับลงไป

3. เพิ่มความคมชัดด้วยคอนซีเลอร์

จริงอยู่ที่ตอนนี้เทรนด์สีลิปฟุ้งๆ ที่ใช้เทคนิคการใช้นิ้วเกลี่ยลิปให้ดูเบลอๆ รอบขอบปากกำลังมา อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นวันที่เราอยากจะแต่งลุคที่ดูโก้หรูและใช้สีลิปที่คราสสิกอย่างสีแดงเข้ม ก็อาจจะต้องอาศัยการทาที่ประณีตและเป็นระเบียบมากขึ้น โดยไอเท็มที่จะช่วยให้เราทาสีที่ทายากอย่างสีแดงให้ได้สวยเป๊ะก็คือคอนซีเลอร์ ซึ่งหลังจากทาลิปสติกแล้ว แนะนำให้ใช้แปรงแต่งหน้าหัวแบนแต้มคอนซีเลอร์ แล้วค่อยๆ ลบสีลิปสติกที่อาจจะทาเกินขอบปาก เทคนิคนี้จะเป็นการช่วยเก็บรายละเอียดให้เรียวปากของเราดูสวยเป๊ะ

4. ลิปไลเนอร์คือประตูสู่มิติของริมฝีปาก

อีกหนึ่งไอเท็มจำเป็นของการทาลิปสติกให้สวยเป๊ะ ก็คือลิปไลเนอร์ โดยการเขียนลิปไลเนอร์จะช่วยให้ริมฝีปากของเราดูมีมิติมากขึ้น ซึ่งถ้าสาวๆ อยากให้ลิปดูอวบอิ่มตามแบบสาว Kylie Jenner ก็สามารถใช้ลิปไลเนอร์เขียนเกินนอกขอบปากตัวเองเล็กน้อย นอกจากนี้การใช้ลิปไลเนอร์ระบายทั่วๆ ริมฝีปากก่อนลงลิปสติกยังช่วยให้สีลิปของเราติดทนอีกด้วย

5. เลเยอร์สีเข้มและสีอ่อน

สำหรับลุคลิปสีเข้ม แนะนำว่าให้เลเยอร์ลิปสติกสีเข้มและสีที่อ่อนกว่าเข้าด้วยเพื่อช่วยให้ริมฝีปากดูมีมิติมากขึ้น โดยสาวๆ ทาลิปสติกสีที่เข้มกว่าทั่วๆ ริมฝีปาก โดยเน้นที่บริเวณขอบปาก จากนั้นใช้สีที่อ่อนกว่าทาลงตรงกลางริมฝีปาก

6. เลือกคอมโบสีลิปที่ใช่ด้วยตัวเอง

ถ้ายังหาสีลิปสติกที่ถูกใจไม่ได้ เราแนะนำให้ลองผสมสีลิปดูเองเลย ไม่ต้องตกใจว่าเราจะให้สาวๆ วิ่งเข้าห้องแล็บนั่งผสมลิปสติกขึ้นมาใหม่ แต่เราอยากแนะนำให้ลองใช้สีลิปไลเนอร์ที่แตกต่างจากสีลิปสติกที่เราชอบ แล้วลองเบลนด์สีดู อย่างเช่นเราเลือกสีลิปไลเนอร์ที่เข้มกว่า และทาทับด้วยลิปสีชมพูนู้ด ก็จะช่้วยให้ได้สีลิปโทนชมพูตุ่นที่ไม่ซ้ำใคร

7. เลือกสูตรลิปสติกให้เหมาะกับตัวเอง

ถ้าเป็นคนที่ริมฝีปากแห้งง่าย ทีมบิวตี้แนะนำว่าให้ออกห่างจากลิปที่มีฟินิชแบบแมทท์ แล้วเลือกสูตรที่มีฟินิชครีมมี่หรือลิปกลอสแทน อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงเรื่องของความติดทนเราก็ต้องยกให้ลิปที่มีฟินิชแบบแมทท์ โดยสาวๆ ที่กังวลเรื่องลิปแห้งหรือตกร่อง แนะนำว่าให้บำรุงลิปก่อนการทาลิปสติก และควรพกลิปบาล์มติดตัวไว้ช่วยเติมความชุ่มชื้นระหว่างวัน